Dora and the Lost City of Gold (2019) ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ – สาวน้อยนักสำรวจปะทะมหากาพย์ปริศนาเมืองโบราณ, และความสนุกขั้นสุดจึงสั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ครอบครัวโลก
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวผจญภัยล่าสมบัติและดัดแปลงจากแอนิเมชันระดับพรีเมียม (Adventure & Family Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Dora and the Lost City of Gold (2019) หรือในชื่อภาษาไทยว่า ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ ผลงานการกำกับของ เจมส์ โบบิน (James Bobin) และนำแสดงโดยทัพนักแสดงมากฝีมืออย่าง อิซาเบลา โมเนอร์ (Isabela Merced), ไมเคิล เปนญา (Michael Peña), และ อีวา ลองโกเรีย (Eva Longoria) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกแห่งปี 2019 ที่เปี่ยมด้วยความสดใส ชั้นเชิงการเล่าเรื่องอันชาญฉลาด และพลังแห่งความตื่นตาตื่นใจที่พร้อมจะสะกดสายตาผู้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากซีรีส์แอนิเมชันชื่อดังระดับโลกอย่าง Dora the Explorer มาสู่เวอร์ชันคนแสดงจริง (Live-Action) ได้อย่างยอดเยี่ยม ผสมผสานความตลกขบขัน มุกตลกเสียดสีตัวเอง และการผจญภัยไขปริศนาในป่าลึกอันตระการตา
เรื่องย่อ: เมื่อสาวน้อยนักผจญภัยเติบโตและต้องออกเดินทางข้ามทวีปเพื่อช่วยชีวิตพ่อแม่พร้อมตามหาอารยธรรมอินคา
เรื่องราวอันชวนตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความสนุกสนานเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ดอร่า (Dora) (รับบทโดยabela Merced) เด็กสาวผู้ใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่เติบโตมากลางป่าลึกอเมซอนร่วมกับพ่อแม่นักโบราณคดี (รับบทโดย Michael Peña และ Eva Longoria) ผู้คุ้นเคยกับการผจญภัยและการเอาชีวิตรอด ทว่าเมื่อเธอเข้าสู่วัยรุ่น พ่อแม่ของเธอตัดสินใจส่งเธอไปเรียนต่อไฮสกูลในเมืองใหญ่ร่วมกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง ดีเอโก (Diego) เพื่อให้เธอได้ปรับตัวเข้ากับสังคมเพื่อนฝูง
ทว่าชีวิตในโรงเรียนมัธยมอันแสนสงบของดอร่าต้องพลิกผันอย่างกะทันหัน เมื่อระหว่างทัศนศึกษา เธอและเพื่อนๆ กลับถูกกลุ่มโจรลักพาตัวและนำตัวกลับไปยังผืนป่าอเมซอน เพื่อใช้เธอเป็นเครื่องมือในการตามหา ปาราปาตา (Parapata) นำไปสู่เมืองทองคำที่สาบสูญอันเลื่องชื่อ ดอร่าต้องงัดเอาทักษะการเอาชีวิตรอด ความฉลาดเฉลียว และความร่าเริงสดใสมาผนกำลังกับดีเอโกเพื่อนร่วมชั้น และเจ้าลิงบูตส์ผู้ซื่อสัตย์ เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่และปกป้องสมบัติโบราณจากเหล่าวายร้าย นำไปสู่บทสรุปอันตระการตา ฉากแอ็กชันผจญภัยสุดเร้าใจ และความประทับใจที่ตราตรึงใจผู้ชมไปจนถึงวินาทีสุดท้าย
Dora and the Lost City of Gold (2019) ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศภาพยนตร์ผจญภัยล่าสมบัติสไตล์คลาสสิกที่สดใสและเข้าถึงได้ทุกวัย (Immersive Family Adventure Atmosphere) ผู้กำกับสามารถควบคุมจังหวะความสนุก งานภาพป่าดิบชื้นอันอลังการ และการแสดงอันเปี่ยมเสน่ห์ของ อิซาเบลา โมเนอร์ ได้อย่างไร้ที่ติ ผสมผสานเรื่องราวดราม่าครอบครัวเข้ากับความบันเทิงระดับพรีเมียมได้อย่างกลมกลืน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสานพล็อตการ์ตูนวัยเด็กเข้ากับการผจญภัยล่าสมบัติสุดสมจริงอันลุ่มลึก (A Masterclass in Family Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นความกล้าหาญ การมองโลกในแง่ดี และความสำคัญของมิตรภาพ ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุก บันเทิง ครบรส และทิ้งความประทับใจให้แก่คอหนังผจญภัยได้อย่างเต็มอิ่ม
ทำไม Dora and the Lost City of Gold (2019) ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ ถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ไอเดียพล็อตเรื่องแอนิเมชันวัยเด็กสู่เวอร์ชัน Live-Action สุดเซอร์ไพรส์และเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน: การนำเสนอเรื่องราวผจญภัยในมุมมองที่สดใหม่ ผสมผสานมุกตลกจิกกัดต้นฉบับได้อย่างชาญฉลาดและน่ารัก
- การแสดงอันทรงพลังและสดใสของ อิซาเบลา โมเนอร์ ในบทบาท ดอร่า: การถ่ายทอดคาRELATEDความร่าเริง ความฉลาด และความกล้าหาญได้อย่างสมจริงและกินใจ
- บรรยากาศป่าอเมซอนสุดอลังการ, จังหวะไขปริศนาโบราณชวนลุ้น และความสนุกแบบน็อนสต็อป: การเดินเรื่องที่กระชับ เต็มไปด้วยสถานการณ์น่ารักๆ ที่ออกแบบมาให้ผู้ชมต้องยิ้มตามตลอดเวลา
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนวผจญภัย-ครอบครัวและคอมเมดี้ระดับพรีเมียม: ภาพยนตร์เด่นที่ให้ทั้งรอยยิ้ม ความตื่นเต้น และความคุ้มค่าในการรับชมครบรสสำหรับทุกคน