Gintama (2017) กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด – ซามูไรจอมกวนปะทะมหากาพย์สงครามเอเลี่ยนพิทักษ์เอโดะ, และความฮาขั้นสุดจึงสั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-คอมเมดี้ดัดแปลงจากอนิเมะ (Live-Action Anime Adaptation Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Gintama (2017) หรือในชื่อภาษาไทยว่า กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด ผลงานการกำกับและเขียนบทอันยอดเยี่ยมของ ยูอิจิ ฟุกุดะ (Yuichi Fukuda) และนำแสดงโดยทัพนักแสดงซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของญี่ปุ่น ได้แก่ ชุน โอกุริ (Shun Oguri), มาซากิ Suda (Masaki Suda), คันนะ ฮาชิโมโตะ (Kanna Hashimoto) และ มาซาฮิโระ อิโนอุะ คือภาพยนตร์ชิ้นเอกแห่งปี 2017 ที่เปี่ยมด้วยความแสบสันต์ ชั้นเชิงการเล่าเรื่องอันแหวกแนว และพลังแห่งความฮาที่พร้อมจะสะกดสายตาผู้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ด้วยการถ่ายทอดโลกแฟนตาซีสุดล้ำยุคที่ซามูไรต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอเลี่ยนจากนอกโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสมผสานฉากแอ็กชันฟันดาบสุดเท่เข้ากับมุกตลกหน้าตายและการล้อเลียนวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างลงตัว
เรื่องย่อ: เมื่อเหล่าเอเลี่ยนบุกยึดครองเอโดะและห้ามพกดาบ
เรื่องราวอันชวนตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลา เริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นยุคเอโดะที่ถูกพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อย่างกะทันหัน เมื่อสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่รู้จักกันในนาม ชาวสวรรค์ (Amanto) ได้ยกพลขึ้นบกและเข้ายึดครองอำนาจ รัฐบาลหุ่นเชิดถูกจัดตั้งขึ้นพร้อมกับออกกฎหมาย ประกาศยึดดาบ สั่งห้ามเหล่าซามูไรพกพาอาวุธ ทำให้จิตวิญญาณแห่งซามูไรดูเหมือนจะสูญสิ้นไปตามกาลเวลา
ท่ามกลางความเสื่อมถอยนั้น ยังมีชายหนุ่มผู้หลงเหลือจิตวิญญาณซามูไรแท้จริงนามว่า ซากาตะ กินโทกิ (Sakata Gintoki) (รับบทโดย Shun Oguri) อดีตนักรบฉายา ปีศาจขาว ผู้มีเรือนผมสีเงินและดวงตาดุจปลาตาย เขาเปิด ร้านรับจ้างสารพัด ร่วมกับลูกจ้างหนุ่มผู้มุ่งมั่น ชิมูระ ชินปาจิ (Shimura Shinpachi) (รับบทโดย Masaki Suda) และสาวน้อยเผ่ายาโตะจอมพลัง คางุระ (Kagura) (รับบทโดย Kanna Hashimoto) ทั้งสามใช้ชีวิตไปวันๆ ด้วยการรับจ้างทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างน้อยนิด
ทว่าความสงบสุขจอมปลอมต้องสะดุดลง เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมปริศนาและการสูญหายของเหล่าซามูไรในเมืองหลวง พร้อมกับการปรากฏตัวของ ดาบเบนิซากุระ (Benizakura) ดาบปีศาจอาคมชั่วร้ายที่ควบคุมจิตใจผู้ใช้และถูกชักใยโดยกลุ่มกองกำลังโจรสลัดอวกาศผู้กระหายเลือด กินโทกิและพรรคพวกจึงจำใจต้องลุกขึ้นมาจับดาบอีกครั้งเพื่อหยุดยั้งแผนการทำลายล้างเมืองเอโดะ นำไปสู่บทสรุปอันตระการตา ฉากต่อสู้ด้วยดาบสุดระอุ และความประทับใจที่ตราตรึงผู้ชมไปจนถึงวินาทีสุดท้าย
Gintama (2017) กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่รักษาเอกลักษณ์ต้นฉบับได้อย่างยอดเยี่ยม (Immersive Live-Action Adaptation Atmosphere) ผู้กำกับสามารถควบคุมจังหวะความฮา งานภาพซีจีการผสมผสานโลกไซเบอร์พังก์เข้ากับซามูไร และเคมีอันยอดเยี่ยมของสามนักแสดงนำ ได้อย่างไร้ที่ติ ผสมผสานเรื่องราวดราม่าการต่อสู้เข้ากับความบันเทิงระดับพรีเมียมได้อย่างกลมกลืน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสานพล็อตการต่อสู้กับดาบปีศาจเข้ากับมุกตลกเสียดสีสังคมอันลุ่มลึก (A Masterclass in Action-Comedy Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นมิตรภาพและความรักในศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุก ตื่นเต้น ฮาจนกรามค้าง และทิ้งความประทับใจให้แก่คอหนังและแฟนคลับมังงะได้อย่างเต็มอิ่ม
ทำไม Gintama (2017) กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด ถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ไอเดียพล็อตเรื่องโลกซามูไรปะทะเอเลี่ยนและการรับจ้างสารพัดสุดแหวกแนว: การนำเสนอเรื่องราวแอ็กชันคอเมดี้ในมุมมองที่สดใหม่ สร้างสรรค์ และไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่น
- การแสดงอันยอดเยี่ยมและเข้าถึงคาแรกเตอร์ตัวละครต้นฉบับอย่างไร้ที่ติของ ชุน โอกุริ และผองเพื่อน: การถ่ายทอดคาแรกเตอร์ความกวน ความเท่ และความฮาได้อย่างสมจริงและกินใจ
- บรรยากาศเมืองเอโดะยุคไฮบริดสุดอลังการ, จังหวะแอ็กชันฟันดาบสุดเดือด และความตลกแบบน็อนสต็อป: การเดินเรื่องที่กระชับ เต็มไปด้วยสถานการณ์คับขันและมุกตลกที่ออกแบบมาให้ผู้ชมต้องหลุดขำตลอดเวลา
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนวแอ็กชัน-คอมเมดี้และแฟนคลับอนิเมะระดับพรีเมียม: ภาพยนตร์เด่นที่ให้ทั้งรอยยิ้ม ความสะใจ แง่คิด และความคุ้มค่าในการรับชมครบรสสำหรับทุกคน