Despicable Me 2 (2013) มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2 – อดีตวายร้าย ภารกิจกู้โลกและกองทัพมินเนี่ยนสุดป่วน
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แอนิเมชันแฟรนไชส์ระดับโลก (Animated Comedy Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Despicable Me 2 (2013) หรือในชื่อภาษาไทยว่า มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2 ผลงานการกำกับโดยคู่หูผู้สร้างสรรค์ ปิแอร์ คอฟฟิน (Pierre Coffin) และ คริส เรนอด (Chris Renaud) พร้อมด้วยทีมพากย์เสียงซูเปอร์สตาร์แถวหน้า อาทิ สตีฟ คาเรลล์ (Steve Carell), คริสเตน วิก (Kristen Wiig), เบนจามิน แบรตต์ (Benjamin Bratt) และ มิแรนด้า คอสโกรฟ (Miranda Cosgrove) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกแห่งปี 2013 ที่เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะ ความอบอุ่นหัวใจ และความน่ารักป่วนฮาของเหล่าสมุนตัวเหลืองที่พร้อมจะสะกดสายตาผู้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้สานต่อความสำเร็จด้วยการพา กรู อดีตวายร้ายผู้ผันตัวมาเป็นคุณพ่อตัวอย่าง ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเป็นสายลับจำเป็นเพื่อช่วยเหลือองค์การลับระดับโลก
เรื่องย่อ: เมื่อคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจำเป็นต้องผันตัวเป็นสายลับเพื่อกอบกู้โลก
เรื่องราวอันชวนตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความตึงเครียดปนเสียงหัวเราะเริ่มต้นขึ้นเมื่อ กรู (Gru) (รับบทโดย Steve Carell) ได้ละทิ้งอาชีพวายร้ายข้ามชาติมาใช้ชีวิตสงบสุขในการเลี้ยงดูบุตรสาวบุญธรรมทั้งสามคน ได้แก่ มาร์โก, อีดิธ และ แอ็กเนส พร้อมทั้งหันมาทำธุรกิจผลิตแยมและเยลลี่ (ที่รสชาติแย่สุดๆ) ร่วมกับ ดร.เนฟาริโอ และเหล่ากองทัพมินเนี่ยน
ทว่าความสงบสุขกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสารเคมีลับสุดยอดที่ชื่อว่า PX-41 ซึ่งเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นอสูรกายกระหายเลือดถูกขโมยไปจากห้องทดลองลับทางอากาศ องค์กรต่อต้านอาชญากรรม (AVL) นำโดย ไซลาส แรมส์บอตทอม จึงส่งสายลับสาวสุดเพี้ยน ลูซี่ ไวล์ด (Lucy Wilde) (รับบทโดย Kristen Wiig) มาลักพาตัวกรูให้ไปช่วยสืบหาตัวคนร้าย กรูจำต้องยอมรับภารกิจและแฝงตัวเป็นเจ้าของร้านขายคัพเค้กในศูนย์การค้าคู่กับลูซี่เพื่อสืบเบาะแส จนกระทั่งเขาเริ่มสงสัยว่า เอดูอาร์ดอ เอล มาโช เปเรซ (Eduardo Perez) เจ้าของร้านอาหารเม็กซิกันผู้มีอดีตเป็นวายร้ายในตำนานที่น่าจะตายไปแล้ว อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ในขณะเดียวกัน กรูต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อเขาเริ่มตกหลุมรักลูซี่ และเหล่ามินเนี่ยนถูกลักพาตัวไปทีละตัวเพื่อดัดแปลงเป็นกองทัพอสูรกายสีม่วง นำไปสู่บทสรุปอันตระการตา ฉากความฮาสุดรั่ว และความอบอุ่นที่ตราตรึงผู้ชมไปจนถึงวินาทีสุดท้าย
Despicable Me 2 (2013) มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2 โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศภาพยนตร์แอนิเมชันครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ขัน (Immersive Animated Comedy Atmosphere) ผู้กำกับสามารถควบคุมจังหวะความสนุก งานภาพสีสันสดใส และการพากย์เสียงอันยอดเยี่ยมของ สตีฟ คาเรลล์ และ คริสเตน วิก ได้อย่างไร้ที่ติ ผสมผสานเรื่องราวความเป็นครอบครัวเข้ากับมุกตลกสอพลอของเหล่ามินเนี่ยนได้อย่างกลมกลืน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสานพล็อตภารกิจสายลับเข้ากับการเติบโตของความสัมพันธ์ในครอบครัวอันลุ่มลึก (A Masterclass in Family Animation Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นว่าความรักและการเปิดใจสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งให้กลายเป็นฮีโร่ได้ ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุก ตื่นเต้น ฮาจนท้องแข็ง และทิ้งความประทับใจให้แก่คอหนังแอนิเมชันได้อย่างเต็มอิ่ม
ทำไม Despicable Me 2 (2013) มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2 ถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ไอเดียพล็อตเรื่องอดีตวายร้ายกลายมาเป็นสายลับจำเป็นร่วมมือกับองค์การลับ: การนำเสนอเรื่องราวแอนิเมชันในมุมมองที่สดใหม่ ตลกขบขัน และเต็มไปด้วยความน่ารักของตัวละคร
- การพากย์เสียงอันยอดเยี่ยมและเคมีสุดฮาของ สตีฟ คาเรลล์, คริสเตน วิก และทัพมินเนี่ยน: การถ่ายทอดคาแรกเตอร์ความกวน ความน่ารัก และความอบอุ่นได้อย่างสมจริงและกินใจ
- บรรยากาศศูนย์การค้าและฐานทัพลับสุดป่วน, จังหวะมุกตลกคาเฟ่และเสียงเพลงสุดติดหู, และความสุขแบบน็อนสต็อป: การเดินเรื่องที่กระชับ เต็มไปด้วยสถานการณ์สุดรั่วที่ออกแบบมาให้ผู้ชมต้องหัวเราะตามตลอดเวลา
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแอนิเมชันครอบครัวและภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ระดับพรีเมียม: ภาพยนตร์เด่นที่ให้ทั้งความสุข เสียงหัวเราะ และความคุ้มค่าในการรับชมครบรสสำหรับทุกคน