May the Devil Take You (2018) บ้านเฮี้ยน วิญญาณโหด – สัญญามรณะขายวิญญาณสู่ขุมนรก การล้างแค้นของซาตาน และความสยองขวัญเลือดสาดสไตล์อินโดนีเซีย
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติและบอดี้ฮอร์เรอร์สุดระห่ำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Indonesian Supernatural Horror & Gore-Infused Occult Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง May the Devil Take You (2018) บ้านเฮี้ยน วิญญาณโหด หรือในชื่อภาษาอินโดนีเซีย Sebelum Iblis Menjemput ผลงานการกำกับและเขียนบทของ ทีโม จาห์ยันโต (Timo Tjahjanto) ผู้กำกับสายโหดระดับแนวหน้าของอินโดนีเซีย (เจ้าของผลงาน The Night Comes for Us และ Headshot) คือภาพยนตร์สยองขวัญที่ยกระดับความน่ากลัวด้วยกลิ่นอายคลาสสิกสไตล์ The Evil Dead, บรรยากาศบ้านพักตากอากาศกลางป่าทึบที่ชวนขนลุก, การเล่นกับพิธีกรรมมนตร์ดำบูชาซาตาน, และการเสิร์ฟฉากสยองเลือดสาดแบบจัดเต็มไร้ความปรานี
เรื่องย่อ: ความร่ำรวยจากการแลกวิญญาณสู่การทวงหนี้เลือดของปีศาจ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในอดีต เมื่อ “เลสมานา” (Lesmana) ชายหนุ่มที่กำลังสิ้นหวังจากปัญหาล้มละลาย ได้ตัดสินใจทำพิธีกรรมมนตร์ดำขายวิญญาณและแลกเปลี่ยนบางสิ่งกับหญิงร่างทรงลึกลับเพื่อขอความร่ำรวย อำนาจมืดบันดาลให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน ทว่าผลกรรมกลับทำให้แม่ของ “อัลฟี่” (Alfie) ลูกสาวคนโต ต้องฆ่าตัวตายอย่างสยดสยอง อัลฟี่จึงเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์และแยกตัวออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง
หลายปีต่อมา เลสมานาล้มป่วยด้วยโรคร้ายปริศนา ร่างกายเน่าเปื่อยและทนทุกข์ทรมานอย่างหาสาเหตุไม่ได้ อัลฟี่จึงได้รับการติดต่อให้ไปดูใจพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ที่นั่นเธอได้พบกับ “ลักส์มี” (Laksmi) ภรรยาใหม่ของพ่อ และลูกติดอย่าง “มายา” (Maya), รูเบน และนารา เมื่อครอบครัวใหม่ต้องการหาทรัพย์สินที่พ่ออาจซ่อนไว้ พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์เก่ากลางป่าที่ถูกทิ้งร้างของเลสมานา ทว่าการก้าวเท้าเข้าสู่บ้านหลังนั้นกลับเป็นการปลดปล่อยปีศาจร้ายและวิญญาณร่างทรงที่ถูกฝังไว้ใต้ห้องใต้ดิน เมื่อถึงเวลาที่สัญญาแห่งความมืดครบกำหนด ปีศาจจึงกลับมา “ทวงหนี้เลือด” และไล่ล่าสิงสู่ทุกคนในบ้านอย่างบ้าคลั่ง อัลฟี่ต้องต่อสู้สุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดและหยุดยั้งคำสาปก่อนที่วิญญาณของทุกคนจะถูกลากลงสู่นรก
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
May the Devil Take You (2018) โดดเด่นด้วย การจัดวางจังหวะความสยองขวัญแบบ Non-Stop ผสมผสานเทคนิค Body Horror และฉากหลอนแบบคลาสสิก (Relentless Supernatural Dread & Visceral Practical Effects) ทีโม จาห์ยันโต ใช้ลูกเล่นการหักกระดูก การอาเจียนเป็นเลือดและโคลนสีดำ รวมถึงการสิงสู่ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรร้ายได้อย่างน่าสะพรึงกลัว ผสานกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของ เชลซี อิสลัน (Chelsea Islan) ในบทอัลฟี่ ที่ถ่ายทอดความเข้มแข็ง อารมณ์ดิบ และสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดได้อย่างน่าทึ่ง ปะทะบทบาทกับ เพียร์ลิต้า บาร์ธา (Pevita Pearce) ในบทมายา ที่สลัดลุคนางเอกมารับบทคนถูกปีศาจครอบงำได้อย่างคลั่งและน่ากลัวขั้นสุด
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสะท้อนความโลภของมนุษย์และบาปกรรมที่ส่งต่อข้ามรุ่น (A Terrifying Allegory of Greed, Family Dysfunction, and Karmic Debt) หนังแสดงให้เห็นว่าความโลภที่ไร้ขอบเขตของพ่อแม่สามารถกลายเป็นมรดกเลือดที่ตามหลอกหลอนและทำลายล้างชีวิตของลูกหลานได้อย่างสาสม และความชั่วร้ายของมนุษย์ในบางครั้งก็น่ากลัวไม่แพ้ปีศาจจากขุมนรก
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การแสดงอันดุดันของ Chelsea Islan และ Pevita Pearce: การปะทะคารมและการต่อสู้เอาชีวิตรอดของสองตัวละครหญิงที่ทรงพลังและบ้าคลั่ง
- บรรยากาศสยองขวัญสไตล์ The Evil Dead ฉบับเอเชีย: ความดิบ เถื่อน เลือดสาด และความหลอนแบบไม่เปิดโอกาสให้คนดูได้พักหายใจ
- งานสร้างสรรค์เมกอัปเอฟเฟกต์และพิธีกรรมมนตร์ดำพื้นบ้าน: การออกแบบผีร้ายและพิธีบูชาซาตานที่สมจริง ชวนสะอิดสะเอียน และน่าขนลุก
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Supernatural Horror, Body Horror, Occult, Gore และ Asian Cinema: ภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียระดับท็อปที่มอบทั้งความระทึกขวัญ ความสยองแบบสะใจ และความหลอนระดับขึ้นหิ้ง